กระบวนการฉีดพลาสติกของDeemarkเป็นอย่างไรมาดูกัน ฉีดพลาสติก

กระบวนการฉีดพลาสติกของDeemarkเป็นอย่างไรมาดูกัน

กระบวนการฉีดพลาสติกของDeemarkเป็นอย่างไรมาดูกัน

ฉีดพลาสติก

กระบวนการฉีดพลาสติกของDeemarkเป็นอย่างไรมาดูกัน ด้วยในทุกวันนี้พลาสติกได้ถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตอย่างกว้างขวาง เพราะคุณสมบัติของพลาสติกที่มีความโดนเด่นในเรื่องของการยืดหยุ่นสูง เมื่อนำมาฉีดพลาสติกขึ้นรูปแล้วก็มีความทนทานสูง และสามารถนำกลับมาหลอมละลายและนำกลับมาใช้งานใหม่ได้ จากคุณสมบัติเด่นนี้เองจึงทำให้พลาสติกเป็นสิ่งที่นำมาใช้กันอย่างกว้างขวาง แล้วกระบวนกาฉีดพลาสติกมีอะไรบ้างมาดูกันเลยค่ะ

พลาสติกเป็นวัสดุที่ถูกออกแบบมาให้มีคุณสมบัติพิเศษที่เด่นกว่าวัสดุอื่น ๆ เช่น มีความเหนียว และความคงทนในการใช้งานเป็นอย่างมาก ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของโมเลกุลอย่าง ไฮโดรเจน (H) และคาร์บอน (C) ที่ต่อกันมากกว่า 7 ล้านหน่วย จึงทำให้พลาสติกมีความแข็งแรงมาก โดยพลาสติกเกิดจากการนำน้ำมันดิบหรือก๊าซธรรมชาติ นำมาผ่านกระบวนการปิโตรเลียม และกลั่นออกมาเป็นเอธิลีน พรอพพิลีน แล้วจึงนำมาผ่านกระบวนการผลิต Crack แล้วทำออกมาเป็นเม็ด เรียกว่า Plastic Granules

สำหรับกระบวนการแปรรูปพลาสติกโดยวิธีการฉีดพลาสติก จะเติมเม็ดพลาสติกเข้าเครื่องฉีดพลาสติก เมื่อเม็ดพลาสติกได้รับความร้อนก็กจะอ่อนตัวลงและกลายเป็นของเหลว จากนั้นเครื่อฉีดพลาสติกจะทำการฉีดพลาสติกเข้าไปยังแม่พิมพ์ในเครื่องฉีดพลาสติก ที่ใช้ในกาฉีดพลาสติกในรูปแบบต่าง ๆ จากนั้นเครื่องฉีดพลาสติกจะปลดชิ้นงานที่ผ่านการฉีดพลาสติกออกมาจากแม่พิมพ์เครื่องฉีดพลาสติก เพียงเท่านี้เราก็ได้จะชิ้นงานพลาสติกตามแบบแม่พิมพ์ที่ต้องการ

คุณภาพของชิ้นงานการฉีดพลาสติกจะออกมาดีหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการออกแบบแม่พิมพ์ฉีดพลาสติกที่เหมาะสม และการปรับตั้งของเครื่องฉีดพลาสติก ได้แก่ อุณหภูมิพลาสติกเหลว อุณหภูมิของแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก อุณหภูมิการปลดชิ้นงาน อุณหภูมิกระบอกฉีดพลาสติก ระยะชักสกรู ความเร็วรอบสกรู ความดันในการฉีดพลาสติก เวลาที่พลาสติกเหลวแช่อยู่ในกระบอกฉีดพลาสติก แรงปิดแม่พิมพ์ ระยะเวลาหล่อเย็น เป็นต้น

กระบวนการฉีดพลาสติกของDeemarkเป็นอย่างไรมาดูกัน

สำหรับชิ้นงานพลาสติกที่ผ่านกระบวนการฉีดพลาสติกขึ้นรูปชิ้นงาน มีหลากหลายลักษณะด้วยกัน แต่สามารถแบ่งลักษณะตามชิ้นงาหลัก ๆ ได้ 6 แบบ คือ

  1. ชิ้นงานพลาสติกแบบสองสีหรือมากกว่า (Multi-Colored Injection Moulding)

สำหรับชิ้นงานฉีดพลาสติกขึ้นรูปแบบสองสีหรือมากกว่า คือการใช้วัสดุหรือพลาสติกชนิดเดียวกันแต่สร้างความแตกต่างกันเรื่องสี โดยที่พลาสติกของแต่ละสีจะไม่รวมเป็นเนื้อเดียวกัน แต่จะติดกันและมีแนวเส้นแบ่งอย่างเห็นได้ชัดเจน ลักษณะชิ้นงานฉีดแบบนี้มีหลากหลายแบบ เช่น ไฟท้ายรถยนต์ผลิตจากพลาสติกโพลีเมทธีนเมตาอะคริเลต (PMMA) สีขาวโปร่งแสงและสีแดงโปร่งแสง หรือ ปุ่มคีย์บอร์ดผลิตจากพลาสติกอะคริโลไนไตรล์-บิวทาไดอีน-สไตรีน(ABS) สีขาวทึบและสีดำทึบ เป็นต้น

  1. ชิ้นงานพลาสติกแบบสองวัสดุ (Multi-Material Injection Moulding)

งานฉีดพลาสติกขึ้นรูปแบบสองวัสดุ ไม่ใช่แค่การใช้สีที่แตกต่างกัน แต่เป็นการใช้พลาสติกต่างชนิดกันฉีดพลาสติกเข้าไปในแม่พิมพ์ตัวเดียวกัน เพื่อให้เกิดเป็นชิ้นงานตามที่ต้องการ ซึ่งชิ้นงานในลักษณะนี้จะนิยมใช้พลาสติกทั้งสองชนิดในกลุ่มเทอร์โมพลาสติกด้วยกันเอง โดยพลาสติกที่แตกต่างกันทั้งสองชนิดต้องมีสมบัติที่สามารถรวมตัวกันได้ ลักษณะชิ้นงานฉีดพลาสติกแบบนี้มีหลากหลายแบบ เช่น ฝาขวดน้ำ ผลิตจากพลาสติกโพลีเอธีลีนชนิดที่มีความหนาแน่นสูง (HDPE) และโพลีเอธีลีนชนิดที่มีความหนาแน่นต่ำ (LDPE)  เป็นต้น

  1. ชิ้นงานพลาสติกแบบการรวมพลาสติกแข็งกับพลาสติกอ่อน (Hard-Soft Combination)

ในส่วนของงานฉีดพลาสติกขึ้นรูปแบบการรวม พลาสติกแข็งกับพลาสติกอ่อนนั้น มีลักษณะชิ้นงานคล้ายกันกับชิ้นงานแบบสองวัสดุ คือใช้พลาสติกต่างชนิดกันแล้วฉีดพลาสติกเข้าไปในแม่พิมพ์ตัวเดียวกัน แต่แตกต่างกันที่ชิ้นงานแบบนี้ จะใช้พลาสติกในกลุ่มเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) และกลุ่มเทอร์โมพลาสติกอีลาสโตเมอร์ (Thermoplastic Elastomer) ฉีดพลาสติกเข้าในแม่พิมพ์เดียวกัน โดยพลาสติกที่แตกต่างกันทั้งสองชนิดและทั้งสองกลุ่มต้องมีสมบัติที่สามารถรวมตัวกันได้ ซึ่งพลาสติกในกลุ่มเทอร์โมพลาสติก จะอยู่ในรูปแบบงานแข็ง หรือรูปแบบพลาสติกที่เป็นแกน (Core) และพลาสติกในกลุ่มเทอร์โมพลาสติกอีลาสโตเมอร์ จะอยู่ในรูปแบบงานอ่อนหรือรูปแบบพลาสติกที่เป็นผิว (Skin) ตัวอย่างชิ้นงานฉีด เช่น ด้ามแปรงสีฟัน ผลิตจากพลาสติกพอลิโพรไพลีน (PP) และเทอร์โมพลาสติกอีลาสโตเมอร์ (TPE) เป็นต้น

  1. ชิ้นงานพลาสติกแบบการเชื่อมติดกัน (Adhesion)

ชิ้นงานฉีดพลาสติกขึ้นรูปพลาสติกแบบการเชื่อมติดกันนั้นมีลักษณะชิ้นงานคล้ายกันกับชิ้นงานแบบสองวัสดุหรือการนำวัสดุที่แตกต่างชนิดมาใช้เพื่อขึ้นรูปงานชิ้นเดียวกัน สิ่งที่ควรพิจารณาในการเลือกวัสดุที่แตกต่าง ชนิดกันมาใช้นั้นคือการเข้าใจสมบัติการยึดเกาะของวัสดุแต่ละชนิด เนื่องจากสมบัติดังกล่าวมีค่าที่แตกต่างกัน ถึงแม้ว่าวัสดุจะอยู่ในกลุ่มพลาสติกเดียวกันก็ตาม สมบัติการยึดเกาะของวัสดุมีค่าที่แตกต่างกันคล้าย ๆ กันกับค่าการหดตัวของพลาสติก (Shrinkage) การขยายตัวทางความร้อนของพลาสติก (Thermal expansion) และอุณหภูมิในการขึ้นรูปของพลาสติก (Temperature processing) ในส่วนความแข็งแรงของการยึดเกาะกันระหว่างผิวสัมผัสของชิ้นงานมีอยู่ด้วยกัน 2 ปัจจัย คือ 1. การยึดเกาะกันด้วยพันธะทางเคมี (Chemical bonding) หรือระบบเชิงกล (Mechanical anchoring) เช่นระบบอันเดอร์คัท (Undercut shapes) เป็นต้น

  1. ชิ้นงานพลาสติกแบบการรวมกันของยางสังเคราะห์ หรือยางซิลิโคนเหลวกับเทอร์โมพลาสติก (Elastomer/LSR and Thermoplastic Combination)

งานฉีดพลาสติกขึ้นรูปแบบการรวมกันของยางสังเคราะห์ หรือยางซิลิโคนเหลวกับเทอร์โมพลาสติกนั้น มีลักษณะชิ้นงานคล้ายกันกับชิ้นงานแบบสองวัสดุ นอกเหนือจากนั้นยังคล้ายกันกับชิ้นงานแบบการรวมพลาสติกแข็งกับพลาสติกอ่อน คือ ใช้พลาสติกต่างชนิดกันฉีดเข้าไปในแม่พิมพ์ตัวเดียวกัน แต่แตกต่างกันที่ลักษณะชิ้นงานแบบนี้ จะใช้พลาสติกในกลุ่มเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) และกลุ่มยางสังเคราะห์ หรือยางซิลิโคนเหลว(Elastomer/Liquid Silicone Rubber,LSR) โดยพลาสติกในกลุ่มเทอร์โมพลาสติกจะอยู่ในรูปแบบงานแข็งหรือรูปแบบพลาสติกที่เป็นแกน (Core) และพลาสติกในกลุ่มยางสังเคราะห์ หรือยางซิลิโคนเหลวจะอยู่ในรูปแบบงานอ่อนหรือรูปแบบพลาสติกที่เป็นผิว (Skin)

ทั้งนี้ ชิ้นงานแบบนี้จะมีปัญหาเรื่องความร้อนเนื่องจากกลุ่มของพลาสติกที่นำมาใช้นั้นมีสมบัติเรื่องอุณหภูมิการหลอมเหลวและอุณหภูมิแม่พิมพ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งในการขึ้นรูปพลาสติกกลุ่มยางสังเคราะห์ หรือยางซิลิโคนเหลวนั้นต้องใช้อุณหภูมิที่สูงมากสำหรับการทำให้ยางมีสภาวะคงรูป (Vulcanisation) โดยการฉีดพลาสติกขึ้นรูปชิ้นงานแบบนี้จะใช้ระบบทางวิ่งเย็นกับพลาสติกในกลุ่มยางสังเคราะห์ หรือยางซิลิโคนเหลว และใช้ระบบทางวิ่งร้อนกับพลาสติกในกลุ่มเทอร์โมพลาสติก พลาสติกที่แตกต่างกันทั้งสองชนิดและทั้งสองกลุ่มต้องมีสมบัติที่สามารถรวมตัวกันได้ (ตัวอย่างชิ้นงานฉีด เช่นฝักบัวอาบน้ำผลิตจากพลาสติกพอลิบิวทิลีนเทเรฟทาเลต(PBT) และยางซิลิโคนเหลว (LSR) เป็นต้น

  1. ชิ้นงานพลาสติกแบบการประกอบ (Assembly Injection Moulding)

สำหรับชิ้นงานฉีดพลาสติกขึ้นรูปแบบ การประกอบเป็นงานฉีดพลาสติกที่มีความแตกต่างจากชิ้นงานทั้ง 5 แบบที่กล่าวข้างต้น กล่าวคือชิ้นงานทั้ง 5 แบบเป็นการนำพลาสติกต่างชนิดมารวมกันหรือสามารถเข้ากันได้ เพื่อฉีดพลาสติกขึ้นรูปให้ได้ชิ้นงานตามที่ต้องการ โดยที่อาศัยการเชื่อมติดกันของพันธะเคมี สมบัติการยึดเกาะ ค่าการหดตัวของแต่ละวัสดุ หรือแม้กระทั่งระบบเชิงกล เป็นต้น แต่สำหรับชิ้นงานแบบนี้จะเป็นการทำให้พลาสติกที่ไม่สามารถเข้ากันได้เลยหรือพลาสติกที่ไม่สามารถเชื่อมติดกันด้วยพันธะทางเคมีมารวมตัวกันเพื่อให้ได้ชิ้นงานตามที่เราต้องการ

เนื่องความแตกต่างของรูปร่างชิ้นงาน ค่าการหดตัวของพลาสติกที่แตกต่างกันและความเข้ากันไม่ได้ของพลาสติกแต่ละชนิด ทำให้ต้องใช้ระบบการขนย้าย (Transfer process) มาช่วยเช่น การหมุนของแม่พิมพ์ การใช้หุ่นยนต์ เป็นต้น ตัวอย่างชิ้นงานฉีดพลาสติกคือโรตารีเอ็นโคดเดอร์ที่ผลิตจากพลาสติกพอลิบิวทิลีนเทเรฟทาเลต (PBT) + พอลิเอไมด์ (PA) และเมทิลเมทาไครเลตอะคริโลไนไตรล์-บิวทาไดอีน-สไตรีน (MABS) เป็นต้น

อย่างที่ทราบกันดีว่า บริษัท ดีมาร์ค อุตสาหกรรม จำกัด รับผลิตพลาสติกทุกรูปแบบ เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบสินค้า บริการให้คำปรึกษา ตรวจสอบคุณภาพ พร้อมถึงรับทำแม่พิมพ์พลาสติก การออกแบบต้นแบบแม่พิมพ์ลายพลาสติก และการผลิตชิ้นงานพลาสติกด้วยการฉีดพลาสติก เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะได้รับงานพลาสติกที่มีคุณภาพและเกิดความพึงพอใจสูงสุด

ด้วยประสบการณ์การทำงานด้านการฉีดพลาสติกในประเทศไทยและส่งออกมากกว่า 30 ปี จึงทำให้เราสามารถผลิตผลงานการฉีดพลาสติกได้อย่างหลากหลายและมีคุณภาพได้มาตรฐานสากล เราสามารถทำงานพรินติ้ง,ซิลค์สกรีน,โลโก้,แพ็คกิ้ง เป็นต้น เราผลิตพลาสติกได้ครบทุกรูปแบบ พร้อมกระบวนการฉีดพลาสติกที่มีคุณภาพ

……………………………………………………………………………………..

 

สนใจติดต่อ

DEEMARK INDUSTRY CO., LTD

3/27 หมู่ 2 ซ.วัดศรีเรืองบุญ ถ.กาญจนาภิเษก

ต.ปลายบาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 11130

Phone: 02-985-1546, 081-844-8224

Fax: 02-984-1538

sukhumlee@hotmail.com